มะพร้าวแก้ว ขนมหวาน เนื้อมะพร้าวขูดคลุกกับน้ำตาลเชื่อม หวานอร่อย วิธีทำมะพร้าวแก้ว ง่ายๆ สามารถทำกินเองได้ ขนมไทย ขนมจากมะพร้าว เคล็ดลับความอร่อยอย่างไร

มะพร้าวแก้ว ขนมไทย ขนมหวาน อาหารไทย

สูตรอาหาร เมนูอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอเป็นขนมหวานๆจากมะพร้าว คือ มะพร้าวแก้ว เป็นขนมโบราณจากมะพร้าว เคล็ดลับความอร่อยของมะพร้าวแก้ว คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ เนื้อมะพร้าวที่นุ่ม น้ำตาลเคี้ยวหอมๆกลมกล่อม หวานหอมอร่อย กลิ่นใบเตย

สูตรมะพร้าวแก้ว ขนมไทยง่ายๆทำจากมะพร้าว ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนชอบทำขนมหวาน

ส่วนผสมสำหรับทำมะพร้าวแก้วใบเตย

  • เนื้อมะพร้าวทึนทึก 1 ถ้วยตวง นำมาขูดเป็นเส้น
  • น้ำตาลปี๊บ 5 ขีด
  • เกลือป่น 1 ช้อนโต้ะ
  • ใบเตย 4-5 ใบ หั่นเป็นท่อนๆ
  • ดอกอัญชัน 1 กำมือ
  • น้ำหวานสีแดง 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำมะพร้าวแก้วใบเตย

  1. เริ่มจากการเตรียมน้ำใบเตยก่อน โดยนำ ใบเตยที่เตรียมไว้นำมาเข้าเครื่องปั่นผลมน้ำเปล่า ปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำมากรองเอาเฉพาะสีเขียวธรรมชาติ
  2. เตรียมสีน้ำเงินม่วง โดยใช้ดอกอัญชัน นำดอกอัญชันมาคั้นกับน้ำเปล่า ให้ได้สีน้ำเงินม่วงแบบธรรมชาติ
  3. นำเนื้อมะพร้าวขูดที่เตรียมไว้ลงไปแช่ในสีธรรมชาติที่เตรียมไว้ โดยแยกสีละชาม สีแดงจากน้ำหวานสีแดง สีน้ำเงินจากดอกอัญชัน สีเขียวจากใบเตย
  4. เมื่อเนื้อมะพร้าวขูดดูดซึมสีจนได้สีสันที่ต้องการแล้วให้นำมาพักให้แห้งก่อน
  5. เตรียมน้ำตาล แบ่งน้ำตาลและเกลือเป็น 4 ส่วน สำหรับทำมะพร้าวแก้ว 4 สี โดยตั้งกระทะไฟอ่อนๆ ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปเคี้ยวให้น้ำตาลละลาย จากนั้นใส่เกลือป่นลงไป เคี้ยวให้น้ำตาลง่วน และ เหนียว
  6. นำมะพร้าวขูด ลงไปคลุกเคล้ากับน้ำตาลที่เคี้ยวไว้ ให้น้ำตาลผสมกับเส้นให้ทั่วถึง
  7. จากนั้นนำมาพักเอาไว้ให้เย็น
  8. นำแบบเดียวกันแบบนี้ กับเส้นมะพร้าวสีต่างๆจนครบที่เตรียมไว้ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้

เคล็ดลับการทำมะพร้าวแก้วใบเตย

  1. น้ำใบเตย ให้ใช้น้ำที่คั้นจาก ใบเตยสด จะให้สีเขียวและความหอมของแบบธรรมชาติ ให้ความอร่อยแบบต้นตำรับ
  2. น้ำหวานสีแดง จะให้สีแดงธรรมชาติสามารถรับประทานได้
  3. ดอกอัญชันจะให้สีน้ำเงินธรรมชาติ สามารถนำมารับประทานได้
  4. การเตรียมสีธรรมชาติสำหรับผสมอาหารให้ทำให้สะอาด อย่าให้มีสิ่งสกปรกเจือปน
  5. น้ำตาลสำหรับนำมาทำมะพร้าวแก้ว เลือกใช้ให้ใช้น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลให้ความหอมและหวานแบบเข้ากับเนื้อมะพร้าว
  6. การเคี้ยวน้ำตาลให้ใส่เกลือลงไปด้วย ความเค็มของเกลือจะเพิ่มความกลมกล่อมของน้ำเชื่อมให้อร่อย
  7. มะพร้าว ใช้ เนื้อมะพร้าวแก่ เนื่องจากเนื้อมะพร้าวมีความเหนียวนุ่ม สามารถนำมาทำเป็นเส้นได้ มะพร้าวของเพรชบุรี เป็นมะพร้าวที่มีความหวานและหอม
  8. สำหรับคนที่ชอบเนื้อมะพร้าวมากๆ สามารถเปลี่ยนจากการขูดเป็นเส้นให้เป็นแบบฝานเป็นแผ่นได้ แต่การฝานเป็นแผ่นจะทำให้เนื้อมะพร้าวติดกันเวลารับประทานไม่น่ารับประทาน จึงต้องใช้น้ำตาลไอซ์ซิ่งโรยอีกเพื่อไม่ให้น้ำตาลเกาะเส้นมะพร้าวเป็นก้อน
  9. เนื้อมะพร้าว นำไปแช่เย็นก่อน จากนั้นนำเนื้อมะพร้าวล้างให้สะอาด นำมาขูดเป็นแผ่นๆ โดย การหั่นต้องไม่หนามาก เพราะ จะทำให้มะพร้าวเนื้อแข็ง
  10. มะพร้าวแก้ว หลังจากคลุกเคล้ากับน้ำตาลแล้วให้ตากลมให้แห้งให้น้ำตาลคลายความชื้นและแห้งก่อน
  11. มะพร้าวแก้ว หากโดนความร้อนน้ำตาลจะละลายไม่น่ารับประทาน จึงไม่ควรเก็บในที่มีความร้อน

มะพร้าวแก้ว ขนมไทย เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น หรือ เป็นแผ่น นำมาคลุกกับน้ำตาลเชื่อม ความเนียวนุ่มของมะพร้าว กับความหวานของน้ำตาล ให้ความหวาน มัน ตามแบบฉบับของ ขนมหวานแบบไทยๆ

กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา อาหารอร่อยๆ ชื่อทอดแต่เป็นอาหารผัด วิธีทำกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา ไม่ยากใครๆก็สามารถทำกินเองได้ อาหารไทยยอดนิยม เมนูกะหล่ำปลี เมนูผัด

กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา อาหารไทย เมนูผัด อาหารจีน

สูตรอาหาร เมนูอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารอร่อยๆ เมนูอาหารที่นิยมสั่งตามร้านอาหาร คือ กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา รสชาติและความอร่อยเป็นเสนห์ของเมนูนี้อย่างแท้จริง เคล็ดลับความอร่อยของกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ

สูตรกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา เมนูอาหารอร่อยๆ กับข้าวจากกะหล่ำปลี ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูผัด

ส่วนผสมสำหรับทำกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

  • กะหล่ำปลี 2 ถ้วย นำมาหั่นขนาดพอดีคำ
  • กระเทียม 2 กลีบ นำมาบดให้ละเอียด
  • น้ำตาลทราบ 2 ช้อนโต้ะ
  • เกลือป่น นิดหน่อย
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1 หยิบมือ
  • น้ำมันพืช 3 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียมเจียว 2 ช้อนชา
  • น้ำปล่า 4 ช้อนโต้ะ

วิธีทำกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

  1. เริ่มจากตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอมและเหลือง
  2. จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปคั่วในกระทะ รอให้น้ำตาลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล
  3. เติมน้ำลงไปและปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่เกลืิอลงไปนิดหน่อย เคี้ยวจนน้ำเริ่มเหนียวเล็กน้อย อย่าให้เหนียวมาก
  4. ใส่ กะหล่ำปลี และ เม็ดมะม่วงหิมมะพานต์ ลงไปผัด ให้ผัดให้กะหล่ำปลีร้อนอ่อนแต่ไม่เละ
  5. เสริฟใส่จานโรยกระเทียมเจียว พร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

  • เคล็ดลับความอร่อยของ เมนูนี้ คือ น้ำปลาหวานที่หอมกลิ่นกระเทียม ไม่ต้องใส่น้ำมันเยอะ ผัดกระเทียมให้หอม จากนั้น นำน้ำตาลลงไปคั่วให้หวาน ออกสีน้ำตาล และ ปรุงรสด้วยน้ำปลา จากนั้นจึงนำกะหล่ำปลีลงไปผัด
  • ผักกะหล่ำปลี ให้เลือกสดๆ โดยสังเกตุคั่วของกะหล่ำปลีต้องไม่แห้ง ก้านใบไม่ใหญ่เกินไป หั่นให้พอดี ไม่ควรหั่นให้เล็กเกินไป หรือ ใหญ่เกินไป
  • เทคนิคการผัดกะหล่ำปลี ให้ผัดให้กะหล่ำปลีอ่อน แต่ไม่ให้เละ เวลารับประทานยังมาความกรอบ และ ร้อนของกะหล่ำปลี
  • กระเทียม สำหรับเหมาะนำมาผัดให้ใช้ กระเทียมจีน ไม่ต้องการให้กลิ่นกระเทียมนำความหวานของกะหล่ำปลีและน้ำตาล
  • น้ำเปล่าสำหรับเติมในน้ำปลา สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำซุปหมูได้ เนื่องจากน้ำซุปหมูจะเพิ่มความหวานอร่อยแต่หากไม่มีใช้น้ำเปล่าได้
  • ไฟที่ใช้ในการผัด ช่วงของการเคี้ยวน้ำตาลให้ใช้ไฟอ่อน แต่เวลาผัดกะหล่ำปลีให้ใช้ไฟร้อน
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ให้นำมาคั่วเอง ซึ่งเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วใหม่ๆจะมีกลิ่นหอม กรอบ อร่อยๆ และที่สำคัญปลอดภัยมากกว่าการซื้อแบบสำเร็จรูป
  • น้ำมันสำหรับนำมาผัดให้เลือกใช้น้ำมันพืชใหม่ ห้ามนำน้ำมันเก่ามาใช้ เนื่องจากน้ำมันเก่าจะทำให้อาหารมีกลิ่นของอาหารอื่นๆ ทำให้ เสียรสชาติของอาหาร
  • การเคี้ยวน้ำตาลให้เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล จะได้น้ำตาลที่มีความหวานและหอม แต่ขั้นตอนการเคี้ยวน้ำตาลให้ระวังอย่าให้ไหม้ เนื่องจากน้ำตาลไหม้จะขม รับประทานไม่ได้
  • น้ำตาลคั่วใส่เกลือลงไปนิดหน่อย จะเพิ่มความกลมกล่อม